#Post Title #Post Title #Post Title
Showing posts with label พลังชีวิต. Show all posts
Showing posts with label พลังชีวิต. Show all posts
Monday, June 07, 2010

มหัศจรรย์ในลมหายใจ

วันนี้...คุณมั่นดูแล รักษาลมหายใจ แล้วหรือยัง...?


ลมหายใจไม่เพียงแต่จะมีประโยขน์แค่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้เท่านั้น แต่ยังมีสมรรถภาพให้แก่ดวงจิต และทำความแข็งแรงให้แก่ เส้นประสาทอีกส่วนหนึ่งด้วย นักปราชญ์โบราญ ได้กล่าวไว้ว่าทุกครั้งที่เราหายใจลึกๆ เราจะสูดเอากำลังของความเข้มแข็ง จากพื้นโลกที่มีอยู่ทุกที่ ซึ่งความเข้มแข็งนี้ เกิดจากธาตุต่างๆ , จากต้นไม้, จากอำนาจของดวงดาวในจักรวาล...!
นักปราชญ์โบราญ ได้ยก อุทาหรณ์มาชี้แจงให้เข้าใจ 4 ประการ คือ:-<!..ส่วนที่แสดง...><!..ส่วนที่แสดง...>
1. ในเวลานอนหลับ เป็นเวลาที่ธรรมชาติ ต้องการให้มนุษย์เอากำลังความเข้มแข็งใส่ตัว(หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า ชาร์จแบต) เพื่อทดแทนกำลังที่ใช้ไป ในช่วงเวลาที่ตื่นอยู่ เพราะฉะนั้น...ในเวลาที่หลับ เราจึงหายใจแรงกว่า เวลาที่ตื่นอยู่
2. เวลาที่คนเรา ต้องคิดอะไรมากๆนั้น เราจะใช้กำลังความเข้มแข็งในตัวของเราไปมาก ตามธรรมชาติเราจะรู้สึกหายใจแรงๆเสียบ้าง เพื่อดูดเอากำลังใหม่เข้ามาสำรองไว้ การหายใจแรงๆ เช่นนี้ก็คือการถอนใจใหญ่ นั้นเอง
3. คนเราที่ใช้กำลังมากๆ จนเหน็ดเหนื่อย เช่น การไปออกกำลังกาย ย่อมใช้กำลังออกไปจากตัวมาก จืงมีอาการเหนื่อยหอบ และหายใจเร็ว เพื่อดูดเอากำลังเข้ามาแทนที่
4. ถ้าเราสังเกตให้ดีแล้ว จะเห็นว่าคนที่มีความ องอาจกล้าหาญ มีนิสัยเป็นคนเข้มแข็งนั้น มักจะเป็นคนหายใจแรงและหายใจลึก
จากอุทาหรณ์ที่กล่าวมานี้ ก็แปลว่า คนเราอาจนำเอาอำนาจภายนอกเข้ามาใส่ตัวได้ และโดยเหตุนี้เองการหายใจลึกๆ จึงเป็นวิธีปลูกจิตตานุภาพ(อานุภาพของดวงจิต) ได้นั่นเอง
วิธีฝึกหัด ในเรื่องการเพิ่มความแข็งแรง ของลมหายใจนั้น มีอยู่ดังนี้
1.ตามปรกติไม่ว่าเวลาใด เราควรหายใจแรงและลืกๆไว้เสมอๆ ในขั้นต้นเรามักจะลืม แต่ถ้านึกได้เมื่อใดก็ควรหายใจแรงๆทันที เมื่อใดที่เราพยายามทำให้การหายใจแรงและลึก กลายเป็นปกติตนของเราได้แล้ว เมื่อนั้นเราก็จะเป็นคนที่มีลักษณะเข้มแข็งทั้งกายและใจ...!
2. เวลาตื่นนอน ก่อนลุกจากที่นอน ควรทำการฝืกหัดดังนี้:-
-ขั้นที่ ๑ เหยียดขาและแขนให้ตรง ปิดปากให้แน่น แล้วหายใจอย่างลึกๆที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลายๆครั้ง.
-ขั้นที่ ๒ เอามือทั้ง2ข้างพาดไว้ที่บนท้อง หายใจลึกๆ จนทำให้ท้องพองขึ้น แล้วหายใจออก ให้พยายามทำให้ท้องแบนลงโดยเอามือกด.
-ขั้นที่ ๓ จะเป็นประโยชน์แก่ปอด คือเอามือพาดท้องและหายใจเข้า จนท้องพองอย่างแบบในขั้นที่ ๒ แต่ไม่หายใจออก เก็บลมหายใจไว้ในท้องให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในระหว่างที่เก็บลมหายใจไว้นี้ ให้ทำท้องให้แบนลง เพื่อขับลมหายใจขึ้นสู่หน้าอก เมื่อเต็มกลั้นแล้ว จึงปล่อยลมหายใจออก
การฝึกหัด ควรค่อยทำไปทีละน้อยๆ ในวันแรกๆ และค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้ง มากขึ้นในวันต่อๆไป...!


<!..ส่วนที่เหลือ...>

<!..ส่วนที่เหลือ...>
[ Read More ]
Saturday, June 05, 2010

มหัศจรรย์ของการหายใจให้เป็น( Respiration)

วันนี้ คุณหายใจเป็นแล้ว หรือยัง...?

คนเราส่วนมากมักจะไม่ค่อยสนใจ เรื่องการหายใจเท่าใดนัก ถือว่า เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ เพราะเมื่อเกิดมา ใครๆก็หายใจได้โดยอัตโนมัติ จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการหายใจมากนัก หารู้ไม๊ว่า จะเกิดผลเสียจากการหายใจ ที่ไม่ถูกต้องคือ<!..ส่วนที่แสดง...><!..ส่วนที่แสดง...>
1. ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยเกินไป
2. มีอากาศเก่าตกค้างอยู่ในปอดมาก
3. มักจะอ่อนเพลีย มึนงง เหนื่อยง่าย และใจสั่น
4. ร่างกายอ่อนแอ
ผลดีของการหายใจที่ถูกต้อง
1. ร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น
2. มีอากาศเก่าตกค้างอยู่ในปอดน้อย
3. ความเครียด หอบหืด ไซนัส ก็จะบรรเทาลง
4. นอนหลับดีขึ้น
5. ไม่ค่อยอ่อนเพลีย สมองไม่มึนงง ไม่เหนื่อยง่าย และใจไม่สั่น
6. ร่างกายแข็งแรงขึ้น อายุยืน

รายละเอียด

1. ลักษณะการหายใจที่ถูกต้อง คือ หายใจยาวหรือลึก โดยสังเกตหายใจเข้า ท้องจะพอง และหายใจออก ท้องจะยุบ(หายใจเข้า ช้า ๆ สัก 3 วินาที และหายใจออก ช้า ๆสัก 3 วินาที)
2. บริหารกาย (หายใจเข้า-ออก)ยืนตรง ให้เท้าทั้งสองห่างกันพอสมควร (เพื่อมิให้ล้มง่าย)มือทั้งสองเหยียดตรง อยู่ด้านหน้าระหว่างขา หลังมือหันออกไปด้านหน้า จากนั้น ให้หายใจเข้าช้า ๆ พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นช้า ๆไปข้างหน้า จนกระทั่ง มือทั้งสองข้างอยู่เหนือศีรษะ หันฝ่ามือไปด้านหน้าแขนเหยียดตรง และยกมือให้เลยศีรษะไปด้านหลังมาก ๆเท่าที่จะทำได้ ลำตัวจะแอ่นโค้งไปข้างหลัง จากนั้น ให้ลดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับหายใจออกจนแขนมาอยู่ด้านหน้า ระหว่างขา หลังมือหันออกไปด้านหน้าทำประมาณ 30 ครั้ง(ท่านี้ นอกจากบริหารการหายใจแล้ว ยังช่วยลดกล้ามเนื้อหน้าท้องไปในตัวด้วย และทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง)
3. บริหารท่าผ่อนคลายก่อนนอน ให้นอนหงายบนเตียงนอน ในท่าสบาย ผ่อนคลายทุกส่วนมือและเท้า กางออกเล็กน้อย หงายมือ หลับตา สูดหายใจเข้าออกลึก ๆ ยาว ๆ สัก 20 ครั้ง จะทำให้รู้สึกดีขึ้นและช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นด้วย

ดร. แอนดรู ไวล์ แพทย์แนวหน้าผู้บุกเบิกการบำบัดรักษาโรคและการดูแลสุขภาพด้วยวิธีการแพทย์แบบผสมผสาน ได้กล่าวถึง ความสำคัญของการหายใจว่า

"ลมหายใจเป็นตัวเชื่อมระหว่างร่างกายกับจิตใจและจิตสำนึกลมหายใจเป็นกุญแจสำคัญที่จะควบคุมอารมณ์ทั้งหลาย และควบคุม
การทำงานของระบบประสาทสั่งการอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ลมหายใจยังเป็นดัชนีบ่งถึงการแปรผันในจิตใจต่อเรื่องที่ผ่านเข้ามา หากให้ความสนใจกับลมหายใจ เราจะสามารถเคลื่อน
เข้าสู่การผ่อนคลายและเข้าสู่สมาธิโดยอัตโนมัติ และทำให้สัมผัสถึงปัจจับสำคัญแห่งการ "ดำรงอยู่" ซึ่งมิได้อาศัยเพียงแต่ร่างกายเท่านั้น"

การหายใจแบบโยคี มี 3 ขั้นตอน

1. ยืนหรือนั่งตั้งตัวตรง หายใจเข้าทางรูจมูกให้สม่ำเสมอสูดเข้าไปให้เต็มปอด
2. กลั้นลมหายใจไว้สัก 2-3 วินาที (เพื่อให้ปอดดูดเอาออกซิเจนไว้ฟอกโลหิต และเพิ่มกำลังปราณพลานุภาพพลังงานแห่งชีวิต)
3. หายใจออกช้า ๆ และแขม่วช่องท้องเข้าไปเล็กน้อย

ประโยชน์ของการหายใจสมบูรณ์แบบ แบบโยคี

1. ปลอดภัยรอดพ้นจากวัณโรค(ผู้ที่เป็นวัณโรคเกือบทั้งหมด เป็นคนมีทรวงอกแคบลีบ เพราะหายใจบกพร่อง ไม่ถูกต้อง)
2. พ้นจากการเป็นหวัดบ่อย
3. เมื่อถูกอากาศหนาวเย็นเกินไป ให้หายใจสมบูรณ์แบบ จะรู้สึกอบอุ่นไปทั่วตัว

เมื่อรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เพราะใช้กำลังไปมาก เช่น เหนื่อยจากการเล่นกีฬา ให้หายใจดังนี้

1. สูดลมหายใจเข้า (ตามวิธีสมบูรณ์แบบ)
2. เก็บกลั้นหายใจไว้ 2-3 วินาที
3. ทำท่าปากจู๋ หรือท่าผิวปาก แล้วเป่าปากออกมา ให้แรงพอสมควรแล้วหยุดชั่วขณะหนึ่ง แล้วเป่าปากออกมาอีกให้แรงพอสมควร
เป็นระยะ ๆ จนกว่าอากาศจะออกจากปอดจนหมดการหายใจแบบนี้ จะทำให้สดชื่น หายเหนื่อยได้เร็วขึ้น


<!..ส่วนที่เหลือ...>
<!..ส่วนที่เหลือ...>
[ Read More ]
 
 

Total Pageviews

Ideas Delivery

เรื่องเล่า วันสบาย...!

Day comfort

Graphic Design

Work at home on the internet.