#Post Title #Post Title #Post Title
Showing posts with label จิตตานุภาพ. Show all posts
Showing posts with label จิตตานุภาพ. Show all posts
Monday, June 21, 2010

เรื่องของจิตใจ

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว !

วันนี้มีเรื่องเล่า เกี่ยวกับอำนาจของดวงจิต ที่มีอยู่เหนือร่างกาย เป็นเรื่องที่เกิดจากความบังเอิญ โดย ที่ชาเต็ล และ วาร์โคสิเยร์ เล่าไว้ว่า หญิงคนหนึ่ง อยู่ในบ้านกับบุตรน้อยคนหนึ่งซึ่งพึ่งคลานได้ หญิงนั้นกำลังจัดเสื้อผ้าเรียงใส่ตู้ ปล่อยบุตรให้คลานเล่นอยู่ใกล้ๆ เผอิญบุตรนั้นคลานไปที่หน้าเตาไฟสำหรับอบห้องให้อุ่น ซึ่งในเวลานั้นไม่ได้จุดไฟไว้
และแล้ว เด็กน้อยก็ดันไปกดปุ่ม ที่สำหรับเลื่อนฉากเหล็กบังหน้าเตา ฉากนั้นเลื่อนลง พอมารดาได้ยินเสียงฉากเหล็กเลื่อนลงมา ก็เหลียวมาดู เห็นฉากนั้นตกลงมาใส่ลูกตัวเองนั้นท่าทางของเด็กดูเหมือนนักโทษประหารชีวิต กับเครื่องกิโยติน(หรือเครื่องประหารหัวสุนัขในเรื่องเปาปุ้นจิ้น) แม่เด็กตกใจจนสลบไป เดชะบุญที่ฉากเหล็กนั้นเลื่อนลงมาเพียงครึ่งเดียวไม่ได้ทำอันตรายอันใดแก่เด็ก

ด้วยความตกใจอันนี้ส่งผลให้ที่คอของแม่เด็กมีรอยห้อเลือด เป็นทางยาวเฉพาะตรงที่ๆเขาตัดคอนักโทษ รอยนี้ติดอยู่นานหลายชั่วโมง
และอีกเรื่องหนึ่ง ที่เกิดขึ้นโดยการทดลอง เป็นที่ทำกันในอเมริกาและเป็นเรื่องที่โด่งดังมากในอดีตและมีเขียนไว้ในหนังสือของศาสตราจารย์ดิวมองค์ คือทดลองกับบุคคลคนหนึ่งที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต โดยบอกวิธีที่ทำการทดลองให้กับนักโทษคนนั้นฟังว่า จะนำไปมัดไว้ในห้องมืด และจะแทงให้เลือดไหลตลอดคืน จะมีภาชนะรองเลือดจนกว่าจะเสียชีวิต นักโทษได้ฟังก็ยินยอม
เมื่อถึงวันที่กำหนดจึ่งได้นำนักโทษคนนั้นไปไว้ในห้องมืดเวลากลางคืน มัดแขนขาติดกับ เก้าอี้ที่ตรึงไว้ ไม่ได้เป็นการทรมานเกินไป ในห้องมีอากาศถ่ายเทดี จากนั้นก็ทำเป็นเอามีดกรีดขานักโทษ แล้วคนที่อยู่ห้องข้างๆก็เปิดท่อเล็กๆให้น้ำไหลหยดลงถังที่เตรียมไว้ใต้เก้าอี้ เพื่อเป็นที่รองเลือด นักโทษนั้นจะได้ยินเสียงน้ำหยดลงถังก็เข้าใจว่าเป็นเลือดตัวเองหยด ทั้งที่แท้จริงแล้วตัวเองไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมายเลย เพราะการที่เอามีดกรีดขานั้นไม่ได้กรีดจริงเป็นการกรีดที่ไม่ถึ่งกับเลือดออก นักโทษนั้นฟังน้ำหยดตลอดคืนโดยเข้าใจว่าเลือดของตัว พอรุ่งขึ้นนักโทษผู้นั้นก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว

ทั้ง 2 เรื่อง แสดงให้เห็นว่า อำนาจในดวงจิต มีอำนาจเหนือร่างกาย เรื่องที่เล่ามาเป็นในส่วนที่ไม่ดี ถ้าเราคืดในทางกลับกัน คือใช้กำลังดวงจิตในทางที่ดี เช่น คนที่เจ็บไข้ ที่มีกำลังใจดีคิดในทางที่ดี ก็ย่อมช่วยให้หายเจ็บไข้ได้ อย่างรัสปูติน ที่ดื่มยาพิษโดยไม่เป็นอันตรายใดๆ เพราะเขารู้จักใช้จิตตานุภาพรักษาตนเอง ...!

[ Read More ]
Wednesday, June 09, 2010

รู้ไม๊ว่า...คุณก็มี..อำนาจจิต(Willpower)

อำนาจจิต ในที่นี้หมายถึง จิตที่มีอานุภาพบังคับตัวเองได้ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้บังคับเคราะห์กรรมได้(ถ้าได้รับการฝึกฝน) อำนาจจิตในที่นี้ก็คือ จิตตานุภาพ นั้นเอง เรื่องนี้คือเราเคยอ่านจากหนังสือ จิตตานุภาพ ของหลวงวิจิตรวาทการ เมื่อสมัย ตอนเป็นเด็ก ตอนนี้หนังสือเก่ามาก แต่ในเรื่องของอำนาจจิตที่เราได้เรียบเรียงมาใหม่อาจมีส่วนคล้ายกับในหนังสือนี้บ้าง  และเสริมด้วยหนังสือที่เกี่ยวกับจิตใต้สำนึกอีกหลายๆเล่ม เป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา เราอาจจะหาข้อพิสูจน์ในลักษณะของอำนาจจิตที่เป็นปาฏิหารย์ได้ แต่ในส่วนของคนที่ฝึกมาบ้างเล็กๆ ตามวิถีชีวิตที่เป็นปรกติ เชื่อได้ว่า อำนาจจิต ที่ทุกคนมีมานั้น มิได้ได้แต่ต่าง เพียงแต่ภาวะจิตที่นิ่งและมีสมาธิของคนเราแต่ละคน ไม่เท่ากัน
ฉะนั้น ! ถ้าคุณเป็นคนที่มี จิตตานุภาพ คุณเป็นคนที่ ....

...เป็นคนที่ บังคับความหลับและความตื่นได้ หมายถึงการเป็นคนที่หลับง่าย และสามารถกำหนดเวลาตื่นเองได้

...เป็นคนที่ ทำความคิดให้ปลอดโปร่งว่องไว ในเวลาที่ตื่นขึ้นแล้ว

...เป็นคนที่ เปลี่ยนความคิดได้ตามต้องการ

...เป็นคนที่ สงบใจได้ แม้ตกอยู่ในอันตราย

...เป็นคนที่ เปลี่ยนนิสัยความเคยชิน จากร้ายมาหาดีได้

...เป็นคนที่ รู้จ้กอยู่กับตัวเอง เพื่อตรวจตราตัวของตัวเอง โดยสม่ำเสมอ

...เป็นคนที่ รู้จ้กที่จะ รักษาตัวได้ด้วยจิดดานุภาพ
ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนที่ มีอำนาจจิต เหมือนอย่างที่กล่าวมานั้น คุณสามารถ ปลุกอำนาจจิต ภายในตัวคุณ ให้ตื่นขึ้นมา ให้คุณได้ใช้อำนาจจิตบังคับตนเอง ตลอดจนบังคับเคราะห์กรรมได้ บางครั้งคุณอาจจะสงสัยว่าถึงขนาดบังคับเคราะห์กรรมได้เลยหรอ เหตุง่ายๆคือ ในหลักของหนังสือ The Secret  ที่เขียนถึงหลักการของกฏแห่งแรงดึงดูด ถ้าเราใช้จิตที่ดี คิดถึงแต่เรื่องดีๆ สิ่งดีๆก็จะเข้ามาหาคุณอย่างแน่นอน
แล้วเราจะำมีจิตที่มีอานุภาพ(อำนาจจิต) อย่างที่ต้องการได้อย่างไร มีหลักใหญ่ๆอยู่คือ

  1. การวางความคิดให้เป็นระเบียน เขาว่ากันว่ามนุษย์เราคิดเรื่องต่างๆในวันๆหนึมากกว่า 50,000เรื่อง เพราะคนเรามักปล่อยความคิดไปเรื่อยเปือย อย่างเช่นเวลาทีเรานั่งรออะไรสักอย่าง เชื่อเลยว่ามีความคิด108ลอยวนอยู่ในหัวแน่ๆเลย ฉะนั้นเราควรคิดถึงปัจจุบัน ณ ขณะนั้นเท่านั้น อย่าเป็นคนคิดฟุ้งซ่าน อย่าคิดในด้านลบ แล้วจะอยู่อย่างไรไม่ให้คิดอะไรเลย ถ้าคนที่เคยฝึกจิตทำสมาธิคงเข้าใจ (อยู่กับลมหายใจเข้าออก ตรงนี้ถือเป็นกุศลจิตที่ดีมากๆสำหรับมนุษย์)เมือความคิดเป็นระเบียนจิตก็จะ ไม่ส่ายไปส่ายมา 
  2. หัดมีหัวใจที่กล้าแข็ง คนที่ใจออ่นมักโดนหลอกเสมอ ไม่เกี่ยวกับการเป็นคนใจดี เพราะมันไม่เหมือนกัน คนใจอ่อนมักจะไม่มีความมานะพยายาม  หวาดกลัว และขี้ตกใจ และคนที่มีหัวใจกล้าแข็งก็ไม่ใช่ลักษณะของคนดื้อ หลักสำคัญคือเราจะต้องพูดหรือคิดด้วยความจริงใจ ไม่สักแต่ว่าทำพอเป็นพิธี การแสวงหาคุณสมบัติให้แก่ดวงจิต ย่อมต้องกระทำด้วยความซื่อสัตย์ของดวงจิตเอง 
  3. บำรุงร่างกาย อาจคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับร่างกาย จิตเราก็ต้องการร่างที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกิน อยู่ นอนหลับ และการออกกำลังกาย ล้วนแล้วแต่มีผลกับสภาพร่างกายทั้งสิ้น
  4. การมีลมหายใจที่แข็งแรง

เดี๋ยวมาเขียนต่อ..น่ะ Drag and drop me

 
[ Read More ]
Monday, June 07, 2010

มหัศจรรย์ในลมหายใจ

วันนี้...คุณมั่นดูแล รักษาลมหายใจ แล้วหรือยัง...?


ลมหายใจไม่เพียงแต่จะมีประโยขน์แค่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้เท่านั้น แต่ยังมีสมรรถภาพให้แก่ดวงจิต และทำความแข็งแรงให้แก่ เส้นประสาทอีกส่วนหนึ่งด้วย นักปราชญ์โบราญ ได้กล่าวไว้ว่าทุกครั้งที่เราหายใจลึกๆ เราจะสูดเอากำลังของความเข้มแข็ง จากพื้นโลกที่มีอยู่ทุกที่ ซึ่งความเข้มแข็งนี้ เกิดจากธาตุต่างๆ , จากต้นไม้, จากอำนาจของดวงดาวในจักรวาล...!
นักปราชญ์โบราญ ได้ยก อุทาหรณ์มาชี้แจงให้เข้าใจ 4 ประการ คือ:-<!..ส่วนที่แสดง...><!..ส่วนที่แสดง...>
1. ในเวลานอนหลับ เป็นเวลาที่ธรรมชาติ ต้องการให้มนุษย์เอากำลังความเข้มแข็งใส่ตัว(หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า ชาร์จแบต) เพื่อทดแทนกำลังที่ใช้ไป ในช่วงเวลาที่ตื่นอยู่ เพราะฉะนั้น...ในเวลาที่หลับ เราจึงหายใจแรงกว่า เวลาที่ตื่นอยู่
2. เวลาที่คนเรา ต้องคิดอะไรมากๆนั้น เราจะใช้กำลังความเข้มแข็งในตัวของเราไปมาก ตามธรรมชาติเราจะรู้สึกหายใจแรงๆเสียบ้าง เพื่อดูดเอากำลังใหม่เข้ามาสำรองไว้ การหายใจแรงๆ เช่นนี้ก็คือการถอนใจใหญ่ นั้นเอง
3. คนเราที่ใช้กำลังมากๆ จนเหน็ดเหนื่อย เช่น การไปออกกำลังกาย ย่อมใช้กำลังออกไปจากตัวมาก จืงมีอาการเหนื่อยหอบ และหายใจเร็ว เพื่อดูดเอากำลังเข้ามาแทนที่
4. ถ้าเราสังเกตให้ดีแล้ว จะเห็นว่าคนที่มีความ องอาจกล้าหาญ มีนิสัยเป็นคนเข้มแข็งนั้น มักจะเป็นคนหายใจแรงและหายใจลึก
จากอุทาหรณ์ที่กล่าวมานี้ ก็แปลว่า คนเราอาจนำเอาอำนาจภายนอกเข้ามาใส่ตัวได้ และโดยเหตุนี้เองการหายใจลึกๆ จึงเป็นวิธีปลูกจิตตานุภาพ(อานุภาพของดวงจิต) ได้นั่นเอง
วิธีฝึกหัด ในเรื่องการเพิ่มความแข็งแรง ของลมหายใจนั้น มีอยู่ดังนี้
1.ตามปรกติไม่ว่าเวลาใด เราควรหายใจแรงและลืกๆไว้เสมอๆ ในขั้นต้นเรามักจะลืม แต่ถ้านึกได้เมื่อใดก็ควรหายใจแรงๆทันที เมื่อใดที่เราพยายามทำให้การหายใจแรงและลึก กลายเป็นปกติตนของเราได้แล้ว เมื่อนั้นเราก็จะเป็นคนที่มีลักษณะเข้มแข็งทั้งกายและใจ...!
2. เวลาตื่นนอน ก่อนลุกจากที่นอน ควรทำการฝืกหัดดังนี้:-
-ขั้นที่ ๑ เหยียดขาและแขนให้ตรง ปิดปากให้แน่น แล้วหายใจอย่างลึกๆที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลายๆครั้ง.
-ขั้นที่ ๒ เอามือทั้ง2ข้างพาดไว้ที่บนท้อง หายใจลึกๆ จนทำให้ท้องพองขึ้น แล้วหายใจออก ให้พยายามทำให้ท้องแบนลงโดยเอามือกด.
-ขั้นที่ ๓ จะเป็นประโยชน์แก่ปอด คือเอามือพาดท้องและหายใจเข้า จนท้องพองอย่างแบบในขั้นที่ ๒ แต่ไม่หายใจออก เก็บลมหายใจไว้ในท้องให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในระหว่างที่เก็บลมหายใจไว้นี้ ให้ทำท้องให้แบนลง เพื่อขับลมหายใจขึ้นสู่หน้าอก เมื่อเต็มกลั้นแล้ว จึงปล่อยลมหายใจออก
การฝึกหัด ควรค่อยทำไปทีละน้อยๆ ในวันแรกๆ และค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้ง มากขึ้นในวันต่อๆไป...!


<!..ส่วนที่เหลือ...>

<!..ส่วนที่เหลือ...>
[ Read More ]
 
 

Total Pageviews

Ideas Delivery

เรื่องเล่า วันสบาย...!

Day comfort

Graphic Design

Work at home on the internet.